ค้นหาหนัง

Escape From Mogadishu หนีตาย โมกาดิชู (2021) [บรรยายไทย]

Escape From Mogadishu หนีตาย โมกาดิชู (2021) [บรรยายไทย] เต็มเรื่อง

Cast and Crew

  • เรื่องย่อ : Escape From Mogadishu หนีตาย โมกาดิชู (2021) [บรรยายไทย]

    ชื่อภาพยนตร์ : Escape From Mogadishu หนีตาย โมกาดิชู
    แนว/ประเภท : Action,  Thriller,  Drama
    ผู้กำกับภาพยนตร์ :Seung-wan Ryu
    บทภาพยนตร์ : Ki-cheol Lee , Seung-wan Ryu
    นักแสดง : Kim Yoon-seok , In-Sung Jo , Joon-ho Huh
    วันที่ออกฉาย : 28 July 2021





    ‘ฮันชินซอง’ (Kim Yoon-seok) ทูตประจำเกาหลีใต้ประจำเมืองโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย ต้องเผชิญกับการปฏิวัติภายในประเทศ ที่ก่อตัวขึ้นเป็นสงครามกลางเมืองสุดอันตราย พร้อมกับนำพาทูตเกาหลีเหนือ ‘ริมยงซู’ (Joon-ho Huh) คู่แข่งร่วมชาติที่พลัดหลงเข้ามาในสถานทูตเกาหลีใต้ เขาจึงต้องนำพาครอบครัวและพนักงานของทั้งสองชาติเอาชีวิตรอดจากกลุ่มกบฏ และหนีตายออกจากเมืองโมกาดิชูไปให้ได้ไปให้ได้

     

     

     

หมวดหมู่ :

IMDB : tt14810692

คะแนน : 7.1

รับชม : 1165 ครั้ง

เล่น : 374 ครั้ง




  •  

    หนังเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงทศวรรษของ 1980 ซึ่งประเทศเกาหลียังไม่ได้รับการรับรองเข้าเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ (UN) ประเทศในทวีปแอฟริกาจะเป็นผู้ลงคะแนนเสียงสำคัญของ UN จึงเป็นที่มาที่เกาหลีส่งเอกอัครราชฑูตไปประจำที่ประเทศโซมาเลีย ณ เมืองหลวงโมกาดิชู (Mogadishu)  ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต่างต้องแย่งชิงเสียงสนับสนุนตนเองให้ได้ ต่างพยายามเดินเกมล็อบบี้และงัดกลยุทธพิชิตใจประธานาธิบดีนายพล โมฮัมเหม็ด ไซอัด บาร์รี และทีมรัฐบาลของเขา ประหนึ่งการก่อสงครามทางการฑูต เรียกว่าแทบจะทุกกลเม็ดบนโต๊ะใต้โต๊ะกันเลยเชียว

    ฟากเกาหลีใต้ นำโดยท่านฑูตฮันซินซอง (รับบทโดย คิมยุนซอก) มีผู้ช่วยมือขวามือซ้ายเป็น เลขากงซูชอล (รับบทโดย จองมันชิก) และที่ปรึกษาคังแทจิน (รับบทโดย โจอินซอง) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของหน่วยงานเพื่อการวางแผนความมั่นคงแห่งชาติ (Agency for National Security Planning หรือ ANSP ซึ่งก็คือ KCIA เดิมแหละ) ถึงจะเด็กกว่าคนอื่นๆ แต่แบคอัพของหน่วยงานก็ทำให้เขากร่างได้พอตัว ด้วยทักษะในงาน ความมีลูกล่อลูกชน อ่านเกมแบบนักวางแผนกลยุทธ ก็ต้องยอมรับในฝีมือ ในทางกลับกัน ความเลือดร้อน เจ้าเล่ห์ อวดดี ก็อาจดูชวนหมั่นไส้ได้บ้าง

    ฟากเกาหลีเหนือ ก็มีท่านฑูตริมยงซู (รับบทโดย ฮอจุนโฮ) ซึ่งมีมือขวาเป็นที่ปรึกษาแทจุนกิ (รับบทโดย คูคโยฮวาน) เจ้าหน้าที่ข่าวกรองจากกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ (Ministry of State Security) คนนี้ก็เลือดร้อนและไม่ไว้ใจใครง่ายๆเช่นกัน

    ระหว่างที่สองฑูตเหนือใต้ยังขับเคี่ยวเกมชิงคะแนนความนิยมจากรัฐบาลของ ไซอัด บาร์รี อยู่นั้น  ก็เกิดเหตุจราจลกลางเมืองขึ้นเสียก่อน ก่อการโดยขบวนการ U.S.C. (United Somalia Congress สภาคองเกรสโซมาเลีย) ที่นำโดย นายพลโมฮัมเหม็ด ฟาราห์ ฮัสซัน ไอดิด เรียกร้องการปล่อยผู้นำอิสลามิคที่ถูกรัฐบาลจับไป และขับไล่รัฐบาลของไซอัดบาร์รี ซึ่งปกครองแบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์

    โดยการกล่าวอ้างว่าการใครสนับสนุนรัฐบาลบาร์รี ก็ถือว่าขัดต่อผลประโยชน์แห่งชาติของโซมาเลีย องค์กรต่างชาติหรือสถานฑูตก็ต้องเลือกให้ชัดว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือประชาชน คือการแสดงตนเป็นมิตรหรือศัตรู ความชุลมุนที่ก่อตัวอย่างรวดเร็ว จนสถานฑูตเกาหลียากจะตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่รู้ว่าว่าข้อมูลใดจริงหรือเท็จ  จราจลที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะมีกลุ่มต่อต้านติดอาวุธอื่นๆเข้ามาร่วมสมทบ จนทั้งเมืองโมกาดิชูที่ร้อนอยู่แล้ว ระอุเดือดเหมือนตกอยู่กลางสนามรบ แม้แต่เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการฑูตก็เหมือนจะไม่สามารถการันตีความปลอดภัยให้ได้อีกต่อไปแล้ว

    แต่ที่น่าตกใจเพิ่มไปกว่านั้น เมื่อพบว่ากลางดึกคืนนั้น ท่านฑูตริมยงซูพาคณะเจ้าหน้าที่และครอบครัวอพยพออกจากสถานฑูตเกาหลีเหนือมาขอพึ่งพิงหลบภัยในสถานฑูตเกาหลีใต้ เป็นการตัดสินใจที่ยากยิ่งของทั้งสองฝ่าย ในฐานะตัวแทนสำคัญของประเทศที่ยืนคนละฟาก กับจิตสำนึกความเป็นมนุษย์ที่ต้องช่วยเหลือผู้อ่อนแอโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง หรือเศษเสี้ยวลึกๆที่จะรู้สึกได้ถึงความเป็นคนเชื้อสายเกาหลีเดียวกันหรือไม่ ก็ต้องไปติดตามดูว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ถ้าเชื่อคติที่ว่าสองหัวจะดีกว่าหัวเดียว พวกเขาจะร่วมมือกันได้ราบรื่นอย่างไร และการหนีตายของทั้งสองคณะจะน่าลุ้นติดตามขนาดไหน

    ความน่าสนใจของตัวหนังในการอิงเรื่องจริงที่ทำให้คล้อยตามไปกับสถานการณ์ได้ง่าย การถ่ายทำที่พิถีพิถันในความเป็นโลเคชั่นต่างแดนย้อนยุค ได้ฟิลอินกับบรรยากาศมาก ผนวกอันตรายความเป็นความตายของสงครามกลางเมืองแล้ว เติมความสลดอนาถกับภาพเด็กๆถืออาวุธปืนยิงกระหน่ำอย่างกับเป็นปืนของเล่น ยังยังมีหัวใจของเรื่องที่เล่าความบีบอารมณ์ของปฏิสัมพันธ์ของชาวคณะฑูตเหนือ-ใต้ ถ่ายทอดรายละเอียดออกมาได้ดีมากในฉากย่อยๆต่างๆ จะเรียกว่าศึกในศึกนอก ความคับขันในบ้านนอกบ้าน มาเจอกันก็ว่าได้นะ แต่ถึงจะกดดันอารมณ์และบิวด์ความระทึกจนพีคสุดแล้ว หนังก็ปลดล็อคความเครียดนั้นออกไปให้ด้วยอารมณ์ที่ทั้งโล่งอกและจุกอกตื้นตันไปพร้อมๆกัน เป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นของเรื่องนี้ นักแสดงคือเล่นได้ดีเป็นธรรมชาติจนไหลลื่นมาก (ไม่เน้นความหล่อนะจ๊ะ เพราะร้อนหน้ามันย่อง มอมเชียว อิอิ)

    และที่เป็นฉากบันเทิงพระเอกของเรื่องอย่างมากก็คือ ฉากแอคชั่นระทึกที่คณะฑูตเราซิ่งขบวนรถปุเลงๆ 4 คันหนีตายไปบนถนนหลบห่ากระสุนปืนที่สาดจากข้างทางรอบทิศ ตัวรถที่ถูกบุกันกระสุนแบบภูมิปัญญาชาวบ้านได้อย่างน่ารักชวนอมยิ้ม ความทุลักทุเลชวนลุ้นระทึกเอาใจช่วยอย่างมาก เป็นฉากที่ทำออกมาได้สนุกสนาน ดูเพลินต่อเนื่องยาวอยู่ อารมณ์ประมาณหนัง Peninsula หรือต้นฉบับอย่าง Mad Max ของฮอลลีวู้ด แต่อันนี้คงมาโทนตื่นเต้นผสมอมยื้มนิดๆ

    สำหรับชาวเกาหลีแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าเรื่องนี้กินใจพวกเขามาก เหมือนสื่อสะท้อนความสัมพันธ์ลึกๆของความเหนือ-ใต้ในใจของพวกเขา จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมจึงเป็นหนังขายดีและเป็นเรื่องที่พวกเขาชื่นชมมาก สำหรับเราคนไทยก็บอกได้ว่าดูเหอะ สนุกดี พลาดแล้วเสียดายจ้า